วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ความลับของอากาศ


"ความลับของอากาศ"


      อากาศ (atmosphere) คือ ส่วนผสมของก๊าซต่าง ๆ และไอน้ำซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่

 ก๊าซไนโตรเจน และก๊าซออกซิเจน นอกนั้นเป็นก๊าซอื่น ๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อย อากาศมีอยู่

รอบ ๆ ตัวเราทุกหนทุกแห่ง ทั้งบนยอดสูงสุดของภูเขาและในที่จอดรถใต้ดิน อากาศมีอยู่ใน

บ้าน มีอยู่ในโรงเรียนและในรถยนต์ อากาศไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น

    อากาศที่ไม่มีไอน้ำเรียกว่า อากาศแห้ง ส่วนอากาศที่มีไอน้ำปนอยู่ด้วย เรียกว่า อากาศชื้น 

ไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศมีอยู่ระหว่างร้อยละ 0-4 ของอากาศทั้งหมด ไอน้ำเป็นส่วนผสมที่สำคัญ

ของอากาศ และไอน้ำก็เป็นสาเหตุของการเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น ลม พายุ ฟ้าแลบ 

ฟ้าร้อง รุ้งกินน้ำ เป็นต้น

สมบัติของอากาศ   (Properties)

1.อากาศมีตัวตนและสัมผัสได้

2.อากาศมีน้ำหนัก

3.อากาศต้องการที่อยู่

4.อากาศเคลื่อนที่ได้ และเมื่ออากาศได้รับความร้อนจะขยายตัว ลอยตัวสูงขึ้น ทำให้ความหนา

แน่นของอากาศบริเวณนี้ลดลง อากาศบริเวณใกล้เคียงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าความหนาแน่น

มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ ซึ่งเรียกว่า การเคลื่อนที่ของอากาศหรือลม

    อากาศ จะเกิดการเคลื่อนที่อยู่เสมอ บางเวลาเคลื่อนที่น้อย แต่บางเวลาเคลื่อนที่มาก ทำให้

เกิดการเปลี่ยนแปลงอากาศขึ้น ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น มีลมพัด มีเมฆ มีฝนตก 

เป็นต้น 

    ถ้าอุณหภูมิสองบริเวณมีความแตกต่างกันมาก จะทำให้ความหนาแน่นของอากาศสอง

บริเวณนั้น ทำให้เกิดลมที่มีกระแสลมพัดมีความเร็วสูง เรียกว่า พายุ ชื่อภาพยุนั้นจะเรียกแตก

ต่างไปตามแหล่งทวีปโลก และตามความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้น ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้เกิด

ความเสียหายมากขึ้น เช่น เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง บ้านเรือนพังทลาย ประชากรเสียชีวิตเป็น

จำนวนมาก

     อุณหภูมิ (temperature) คือ ระดับความร้อนหนาวของอากาศ ถ้าอากาศหนาวอุณหภูมิจะลด

ต่ำลง ถ้าอากาศร้อนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภูมิหรือระดับความร้อนหนาวของ

สิ่งต่างๆ คือ เทอร์โมมิเตอร์ หน่วยของอุณหภูมิใช้หน่วยเป็นองศาเซลเซียส และองศฟาเรนไฮต์

     เทอร์โมมิเตอร์ (thermometer) มีลักษณะคล้ายหลอดแก้ว หัวท้ายปิดมีกระเปาะเล็กๆ อยู่ปลาย

ด้านหนึ่งภายในกระเปาะบรรจุของเหลว เมื่ออากาศร้อนของเหลวจะขยายตัว ทำให้ระดับ

ของเหลวสูงขึ้น เราเรียกว่า อุณหภูมิสูง แต่ถ้าอากาศหนาวของเหลวจะหดตัว ระดับของเหลวจะ

ลดลง เรียกว่า อุณหภูมิต่ำ

     อากาศเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการหายใจของสิ่งมีชีวิต ถ้าขาดอากาศ สิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถ

ดำรงชีวิตอยู่ได้

     อากาศช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะ โดยทำหน้าที่คล้ายเครื่องปรับอุณหภูมิไม่ให้

ร้อนหรือเย็นเกินไป นอกจากนั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกยังทำหน้าที่กรองและดูดรังสีอุลตราไว

โอเลตหรือแสงเหนือม่วงไว้ ไม่ให้ผ่านเข้าสู่โลกชั้นในมากจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

ช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งที่มาจากภายนอกโลก เช่น อุกกาบาต ขยะอวกาศ 

ทำให้เกิดเมฆฝน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำเกษตรกรรมในประเทศ


บันทึกอนุิทินครั้งที่ 11


บันทึกอนุทินครั้งที่  11

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การนำเสนอแผนการสอน 

กลุ่มที่ 1 หน่วยกล้วย(Banana) ( ชนิดของกล้วย )
วัตถุประสงค์ 
  1. เด็กบอกชื่อชนิดกล้วยได้
  2. เด็กนับจำนวน บอกจำนวน และแทนสัญลักษณ์ ฮินดูอาราบิกได้
  3. เด็กจัดหมวดหมู่ของกล้วยได้
กิจกรรมสาระการเรียนรู้
ขั้นนำ  ครูร้องเพลง ชนิดของกล้วย และใช้คำถามเพื่อทบทวนความรู้
ขั้นสอน 
  1. ครูใช้คำถามเพื่อทดสอบประการณ์เดิม "กล้วยที่หนูรู้จักมีกล้วยอะไรบ้าง"
  2. ครูเขียนชนิดของกล้วยที่เด็กบอก
  3. ครูนำกล้วยของจริงมาให้ด็กเรียนรู้ เช่น กล้วยน้ำว้า(Cultivated banana) 4 ลูก กล้วยหอม 1 ลูก กล้วยไข่ 1 ลูก กล้วยเล็บมือนาง 1 ลูก 
  4. เด็กนับและบวกจำนวนของกล้วย และอาสาสมัครเขียนเลขฮินดูอาราบิกกำกับจำนวนกล้วย
  5. เด็กจัดหมวดหมู่กล้วย คือ ตระกร้าที่ 1 ใส่กล้วยน้ำว้า ตระกร้าที่ 2 ใส่กล้วยชนิดที่เหลือ
ขั้นสรุป  ครูและเด็กร่วมกันสรุป โดยเขียนกราฟฟิกอย่างง่ายเกี่ยวกับชนิดกล้วย
การประเมิน
  1. สังเกตการบอกชื่อชนิดกล้วย
  2. สังเกตการนับ การบอกจำนวน และการแทนสัญลักษณ์
  3. สังเกตการจัดหมวดหมู่ชนิดกล้วย
กลุ่มที่ 2 หน่วยไก่(Chicken) ( ลักษณะของไก่ )
เทคนิคการสอน
  1. ครูใช้จิ๊กซอให้เด็กต่อภาพ โดยร้องเพลง เมื่อเพลงจบให้เด็กมาต่อจิ๊กซอ
  2. ครูใช้คำถามปลายเปิด ส่วนประกอบของไก่มีอะไรบ้าง , ไก่มีสีอะไรบ้าง , ไก่มีขนาดอย่างไรบ้าง
  3. ปริศนาคำทาย 
วัตถุประสงค์
  1. เด็กบอกลักษณะไก้แจ้(bantam) และไก่ต๊อกได้
  2. เด็กปรียบเทียบไก่แจ้และไก่ต๊อกได้
  3. เด็กหาความสัมพันธ์ของไก่แจ้ และไก่ต๊อกได้
กลุ่มที่ 3 หน่วยกบ (Frog) ( วัฏจักรของกบ )
สื่อการเรียนรู้
  1. เปิด VDO วัฏจักรของกบ 
  2. รูปภาพวัฏจักรของกบ
การสอน 
  1. ครูเปิด VDO วัฏจักรของกบให้เด็กเรียนรู้
  2. ครูใช้คำถาม เพื่อทดสอบความรู้ของเด็ก
  3. ครูและเด็กร่วมกันสรุป โดยเขียนกราฟฟิกอย่างง่าย
กลุ่มที่ 4 หน่วยปลา (Fish) (ประโยชน์และข้อพึงระวังของปลา)
การสอน
  1. ครูเล่านิทานกี่ยวกับประโยชน์และข้อพึงระวังของปลา เช่น เรื่องชายประมงและฝูงปลา
  2. ครูใช้คำถามพื่อทดสอบความรู้ของเด็ก
  3. ครูและเด็กร่วมกันสรุปความรู้ ผ่านแผนภูมิอย่างง่าย
กลุ่มที่ 5 หน่วยข้าว (Rice) (ข้าวทาโกยากิ)
การสอน
  1. ครูจัดเตรียมของและอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
  2. ครูสาธิตการทำทาโกยากิให้ดูก่อน
  3. อาสาสมัคร ตีไข่ และตักส่วนผสม
  4. เด็กทำทาโกยากิจนครบทุกคน
กลุ่มที่ 6 หน่วยต้นไม้(Tree) (ชนิดของต้นไม้)
การสอน
  1. ครูพูดคำคล้องจองเกี่ยวกับชนิดของต้นไม้
  2. ครูถามเด็กเกี่ยวกับคำคล้องจอง และถามชนิดต้นไม้ที่ด็กรู้จัก
  3. ครูนำภาพต้นไม้ชนิดต่างๆมาให้เด็กสังเกต 
  4. เด็กจัดหมวดหมู่ของต้นไม้
กลุ่มที่ 7 หน่วยนม (Milk) (ลักษณะของนม)
การสอน
  1. ครูร้องเพลง ดื่มนมกันเถอะ
  2. ทำการทดลอง  หยดน้ำยาล้างจานลงในนม และสีผสมอาหาร / สิ่งที่เกิดขึ้นน้ำยาล้างจาน นม สีผสมอาหาร จะผสมกัน นมเปลี่ยนแปลงรูปร่างตามภาชนะที่ใส่
  3. นมไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ
  4. นมมีลักษณะเป็นของเหลว เหมือนน้ำ
  5. นมมีหลายสี หลายกลิ่น หลายรสชาติ
กลุ่มที่ 8 หน่วยน้ำ(Water) (อนุรักษณ์น้ำ)
การสอน
  1. ครูร้องเพลง อย่าทิ้ง อย่าทิ้ง อย่าทิ้ง  แม่น้ำจะสกปรก  ถ้าเราเห็นใครทิ้ง ต้องเตือน ต้องตือน ต้องเตือน
  2. การเล่านิทานหนูนิดรักน้ำ และการใช้คำถามปลายเปิด สอดแทรกขณะเล่านิทาน
กลุ่มที่ 9 มะพร้าว(Coconut) (การปลูกมะพร้าว)
การสอน
  1. ครูร้องเพลงและมีรูปภาพการปลูกมะพร้าว
  2. ครูใช้คำถาม ปลูกที่ไหนดี จากนั้นครูบอกขั้นตอนการปลูกมะพร้าว จากแผ่นภาพ
  3. เด็กนำแผ่นภาพมาจัดเรียงลำดับการปลูกมะพร้าว
กลุ่มที่ 10 ผลไม้(Fruit) (ผลไม้ผัดเนย)
การสอน
  1. ครูจัดเตรียมของและอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
  2. ครูสาธิตการทำผลไม้ผัดเนยให้ดูก่อน
  3. อาสาสมัคร หั่นผลไม้ และตักเครื่องปรุง
  4. เด็กทำร่วมกันทำผลไม้ผัดเนยจนครบทุกคน
การนำความรู้ไปใช้
  1. การนำแผนการสอนไปจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็ก
  2. การเขียนแผนการสอนที่บูรณาการกับวิชาอื่นเพื่อเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย
  3. การจัดกรรมที่หลากหลายและให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว โดยให้เด็กได้เรียนจากทักษะทางวิทยาศาสตร์
เทคนิคการสอน
  1. การเพิ่มติมความรู้เพื่อเสริมให้แผนมีความสมบูรณ์มากขึ้น
  2. การแนะนำเทคนิคการสอนให้มีความสนุกและเกิดการเรียนรู้
  3. การประยุกต์เพลงเด็กเพื่อให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียน
  4. การวิจารณ์ในเชิงบวกเพื่อการเสริมแรง และการวิจารณ์ในเชิงลบเพื่อการแก้ไขและปรับปรุง
การประเมินการเรียนการสอน
ประเมินตนเอง : แต่งกายเรียบร้อย ตรงต่อเวลา และเตรียมตัวมานำเสนอแผนการสอนในหน่วยกล้วย แต่การนำเสนอยังต้องปรับปรุงอีกมาก ขั้นนำควรเริ่มจากนิทาน เพลง หรือคำคล้องจอง และเทคนิคการสอนควรหลากหลายพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนแต่งกายเรียบร้อย ตรงต่องเวลา ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมการนำเสนอแผนในวันนี้เป็นอย่างดี ทุกคนสามารถนำคำติชมของอาจารย์มาปรับใช้ได้อย่างดี ทุกคนสนุกกับกิจกรรมการทำอาหารเช่น ข้าวทาโกยากิ และผลไม้ผัดเนย
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ได้ให้คำแนะนำต่างๆเพื่อให้นักศึกษามาปรับใช้กับการเขียนแผน
อาจารย์ใส่ใจกับกลุ่มที่นำเสนอได้เพิ่มเทคนิคการสอนและเพิ่มเติมความรู้ให้นักศึกษา เพื่อส่งเสริมกระบวนการความคิด

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 10


บันทึกอนุทินครั้งที่  10

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557


เนื้อหาการเรียน
แนวคิดพื้นฐานวิทยาศาสตร์
  1. การเปลี่ยนแปลง
  2. ความแตกต่าง
  3. การปรับตัว
  4. การพึ่งพาอาศัยกัน
  5. ความสมดุล
การศึกษาวิธีการวิทยาศาสตร์
  1. ขั้นกำหนดปัญหา (การใช้คำถาม)
  2. ขั้นตั้งสมมติฐาน
  3. การรวบรวมข้อมูล
  4. การลงข้อสรุป
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
  1. การสังเกต
  2. การสื่อสาร
  3. การพยากรณ์
  4. การจำแนก
  5. การเปรียบเทียบ
  6. การลงความเห็น
กิจกรรม : การทดลองวิทยาศาสตร์
การทดลองที่ 1 ปั้นดินน้ำมันเป็นลูกกลมๆ แล้วนำไปหย่อนลงน้ำในอ่าง ผลปรากฏว่า ดินน้ำมันจมลงไปใต้น้ำ

การทดลองที่ 2 ดินน้ำมันลอยน้ำ ปั้นดินน้ำมันเป็นถ้วยหรือเรือ ที่มีความหนาที่พอเหมาะ แล้วนำลงไปหย่อนในอ่าง ผลปรากฏว่า เรือดินน้ำมันลอยน้ำ เหตุเพราะ มีความบาง ไม่หนักเหมือนรูปทรงกลมในการทดลองที่ 1

การทดลองที่ 3 ดอกไม้บาน ตัดกระดาษเป็นดอกไม้แล้วตกแต่งให้สวยงาม พับกลีบเข้าด้านในทุกกลีบ แล้วนำไปลอยน้ำ ผลปรากฏว่า กลับดอกไม้ค่อยๆบานออกมา เหตุเพราะ น้ำซึมในเยื่อกระดาษจึงทำให้ดอกไม้บาน

การทดลองที่ 4 แรงดันน้ำ เจาะรูที่ขวด 3 รู ตามแนวตั้ง แล้วปิดเทปใสที่รู เติมน้ำลงไปเกือบเต็มขวด
แล้วค่อยๆแกะเทบใสออกทีละรู ผลปรากฏว่า รูระดับล่างสุดน้ำจะไหลออกมาแรงที่สุด

การทดลองที่ 5 เจาะรูที่ก้นขวดน้ำ เติมน้ำลงไปในขวด เมื่อปิดฝาขวด น้ำจะไม่ไหลออกมา เพราะไม่มีอากาศ แต่หากเปิดฝาขวด น้ำจะไหลออกมาทางรูที่เจาะ เพราะมีอากาศ 

การทดลองที่ 6 การไหลของน้ำ

การทดลองที่ 7 เทียนครอบแก้ว

การทดลองที่ 8 เทียนดูดน้ำ

การทดลองที่ 9 การหักเหของแสง

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  1. นำการทดลองต่างๆมาสอนในหน่วยการเรียนรู้
  2. การเขียนแผนการสอนที่มีการทดลอง
  3. การนำสิ่งใกล้ตัวหรือสิ่งๆต่างมาประยุกต์ใช้ในการทดลองวิทยาศาสตร์
เทคนิคการสอน
  1. การใช้คำถามที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น
  2. การให้นักศึกษาได้ลงมือกระทำต่อวัตถุ
  3. การเพิ่มเติมข้อมูลหลังการทดลอง
  4. การเตรียมความพร้องของอุปกรณ์ที่จะนำมาทดลอง
  5. การใช้สื่อต่างๆ ที่เหมาะสม
  6. การอภิปรายความรู้ร่วมกับนักศึกษา
ประเมินการเรียนการสอน

ประเมินตนเอง : ตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย มีความสนใจกับการเรียนในวันนี้ เพราะมีการทดลองให้เราได้สังเกตและลงมือกระทำด้วยตนเอง ทำให้เราได้รับความรูปอย่างป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ประเมินเพื่อน :เพื่อนคนให้ความร่วมมือกับการทดลองรวมถึงการร่วมตอบคำถามและอภิปรายความรู้เพิ่มติม จะห็นได้ว่าบรรยากาศในห้องเรียนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและคำถามว่า "ทำไม" "อย่างไร"

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์จัดการเรียนการสอนที่่หลากหลายทั้งการอภิปรายความรู้และการทดลองวิทยาศาสตร์ วัสดุอุปกรณ์ที่จัดเตรียมมา เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษาทำให้ทุกคนได้รับการเรียนรู้ และสนุกสนานกับการทดลอง

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9


บันทึกอนุทินครั้งที่  9

วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557


การเขียนแผนการจัดประสบการณ์
การบูรณาการกับวิชาอื่นๆ
  • คณิตศาสตร์: การนับจำนวน--->การบอกจำนวน--->การแทนด้วนสัญลักษณ์(ฮินดูอารบิก)
  • ภาษา : การสื่อสาร--->การฟังและการบอก--->การวาดรูป--->การเล่าเรื่อง ( ฟัง พูด เขียน อ่าน )
  • วิทยาศาสร์ : การสังเกต การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 (Sensory Moter)
หน่วย เรื่อง กล้วย Banana

ตัวอย่างแผนการสอนประจำวันจันทร์ เรื่อง ชนิดของกล้วย
  • ขั้นนำ>>> การนำเข้าสู่บทเรียนโดยการร้องเพลง คำคล้องจอง การเล่านิทาน ที่กี่ยวข้องกับชนิดของกล้วย
  • ขั้นสอน>>> การใช้คำถามกระตุ้นและทบทวนเพื่อทดสอบความจำของเด็ก + ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 และการสังเกตถึงความเหมือนและความต่างของกล้วยแต่ละชนิด
  • ขั้นสรุป>>> การรวบรวมข้อมูลโดยการใช้กราฟฟิกในการนำเสนอข้อมูล
กิจกรรมเสรี >>> ให้ด็กได้วาดภาพ การทำศิลปะสร้างสรรค์ผลงาน

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  1. การเขียนแผนการสอนที่บูรณาการกับวิชาอื่น
  2. การเขียนแผนการสอนที่เด็กได้รับประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งเนื้อหาและทักษะ
  3. การเขียนแผนการที่มีข้อมูลหรือความรู้ที่เชื่อมโยงกัน
  4. การเขียนแผนการสอนให้ครบและมีเนื้อหาที่เด็กเข้าได้ง่าย
  5. การนำเรื่องใกล้ตัวด็กมาขยายหรือสนับสนุนข้อมูล
  6. การสร้างแผนที่มีวิธิการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมเด็กให้ครบทุกด้าน


เทคนิคการสอน
  1. ทักษะการคิดวิเคราะห์
  2. ทักษะการเชื่อมโยงเนื้อหา
  3. ทักษะการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการ
  4. ทักษะการเขียนแผนการสอนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่เรียน
  5. การเขียนแผนโดยการใช้คำหรือประโยคที่ถูกต้อง
  6. การจัดระบบของแต่ละวันในการสอนเด็ก
การประเมินการเรียนการสอน
  • ประเมินตนเอง : ตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน เช่นการตอบคำถาม การคิดวิเคราะห์ความรู้ในการเขียนแผนการสอนให้ถูกต้องและครอบคลุม
  • ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนให้ความร่วมมือในการรียน การฟัง การเขียนแผนการสอน เพื่อให้แต่ละแผนมีความถูกต้องและความหลากหลาย
  • ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ได้กระตุ้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเขียนแผนการสอน การยกตัวอย่างเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจในการเขียนแผน จึงทำให้นักศึกษามีทักษะการเขียนแผนเพื่อนำไปใช้ในการเรียนและการทำงาน 

บันทึกอนุทินครั้งที่ 8


บันทึกอนุทินครั้งที่  8

วันพฤหัส ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557



กิจกรรม : นำเสนอสื่อของล่นวิทยาศาสตร์สำหรับด็กปฐมวัย

ยกตัวอย่างสื่อ
  1. เสียงแตร ปู๊นๆ
  2. เรือของเล่น
  3. กระป๋องบูมเมอแรง
  4. ปืนลูกโป่ง
  5. แท่นยิงจากช้อน ฝาขวด
  6. โยโย่จีน
  7. ขวดน้ำผิวปาก
  8. แก้วส่งเสียง
  9. เป่าให้ลอย
  10. ตุ๊กตาโยกเยก
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  1. การประดิษฐ์สื่อของวิทยาศาสตร์ต้องมีขั้นตอนที่ง่ายเพื่อเด็กจะได้ลงมือทำด้วย (Active Learning)
  2. การประดิษฐ์สื่อที่เด็กได้รับประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ทั้งเนื้อหาและทักษะ
  3. การใช้วัสดุเหลือใช้ในการประดิษฐ์สื่อ เพื่อให้เด็กได้เห็นถึงประโยชน์ที่หลากหลายของวัสดุต่างๆ
  4. การประดิษฐ์สื่อที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์(creativity)ให้กับครูและเด็ก
  5. การประดิษฐ์สื่อโดยการรียูส (Reuse) สิ่งของต่างๆ
  6. การหาความรู้พิ่มเติมเพื่อนำมาสนับสนุนและขยายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก 
การใช้เทคนิคการสอน
  1. ทักษะการค้นคว้าหาความรู้ต้วยต้นเอง(Research)
  2. ทักษะการนำเสนอ(Reports)และอภิปราย(Discussion)กับสื่อของตนเอง
  3. ทักษะการเชื่อมโยงความรู้จากของเล่นเด็กสู่การบูรณาการกับวิทยาศาสตร์
  4. ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้
  5. การขยายความรู้กับสื่อที่นักศึกษานำเสนอ
  6. ส่งเสริมการแก้ปัญหา(Problem Solving)
  7. ส่งเสริมให้นักศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมพื่อนำมาสนับสนุนสื่อ 
  8. ทักษะการใช้สื่อและเทคโนยีในการศึกษา
การประเมินการเรียนการสอน
  • ประเมินตนเอง : ตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน เช่นการใช้เหตุผลกับสื่อของเพื่อนเพื่อให้เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ ร่วมการตอบคำถาม และการขยายความรู้ร่วมกับเพื่อนและอาจารย์
  • ประเมินเพื่อน : กิจกรรมการประดิษฐ์สื่อในครั้งนี้ทำให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์จากผลงานของเพื่อนและการเพิ่มติมความรู้วิทยาศาสตร์ จึงทำให้เห็นถึงความสมบูรณ์ในการศึกษาค้นตว้าด้วยตนองและนำมาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
  • ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ได้เพิ่มเติมความรู้ให้กับนักศึกษา ให้เทคนิคการทำสื่อการเพิ่มประสบการณ์ให้กับเด็กที่หลากหลาย โดยเด็กสามารถนำมาเปรียบเทียบได้และได้เรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7


บันทึกอนุทินครั้งที่  7

วันพฤหัส ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557


ชื่อกิจกรรม : กระดิ้บกระดื้บ
อุปกรณ์ 
  1. แกนกระดาษทิชชู
  2. ไหมพรม (Yarn)
  3. กระดาษ (Paper)
  4. กรรไกร (Scissors)
  5. ตาไก่เจาะกระดาษ
  6. กาว (Glue)
ขั้นตอนการทำ


  1. ตัดแกนทิชชูให้เป็นครึ่งท่อน
  2. เจาะรูทั้ง 2 ข้าง
  3. ตัดกระดาษวงกลม วาดภาพตกแต่งให้สวยงาม
  4. ติดรูปตรงกลางระหว่างรูเจาะ
  5. ร้อยเชือกไหมพรม พร้อมมัดปลายเชือก


การเล่น (Play)
นำเชือกคล้องคอแล้วดึงเชือกทีละข้าง 

คำถามกระตุ้นเด็ก : "เกิดอะไรขึ้น ลองทำดู"


บทความวิทยาศาสตร์

1.สอนเด็กปฐมวัยเรียนวิทย์จาก เป็ด และ ไก่  โดยการนำสื่อ นิทานเรื่อง หนูไก่คนเก่ง
ขั้นนำ : ครูและเด็กร้องเพลงไก่ ร่วมกันสนทนา และตั้งคำถามเชิงวิทยาศาสตร์ "ไก่กับเป็ดต่างกันอย่างไร"
ขั้นสอน : เปิดโอกาสให้เด็กสำรวจ รวบรวมข้อมูล จากการทัศนศึกษาฟาร์มไก่และเป็ด โดยสังเกตด้วยตาเปล่าและแว่นขยาย(magnifying glass)
ขั้นสรุป : ให้เด็กนำเสนอผลงานจากคำพูดและภาพวาด

2.จุดประการเด็กคิดนอกกรอบ สนุกคิดกับของเล่นวิทย์ โดยการจัดกิจกรรมให้เด็กประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์จากวัสดุเหลือใช้ และการนำมาประยุกต์ให้กับเด็กปฐมวัย

3.ส่งเสริมกระบวนการคิดสำหรับเด็ก โดยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เช่นการรวบรวมข้อมูลแล้วการนำไปใช้  การลงมือปฏิบัติ การบูรณาการ

4. สอนลูกเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ(Natural phenomena) แนวคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไว้ 5 ประการ ที่เรียกว่า “5 Craig’s Basic Concepts” ว่าทุกสิ่งในโลกนี้จะมีลักษณะสำคัญร่วม 5 ประการ คือ

ความเปลี่ยนแปลง (Change) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงควรให้เด็กเรียนถึงการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ
ความหลากหลาย (Variety) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีความคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน จึงควรให้เด็กเรียนรู้ความเหมือนและความแตกต่างของสิ่งต่างๆ
การปรับตัว (Adjustment) ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ครูจึงควรสอนให้เด็กได้สังเกตลักษณะของสิ่งนี้ เช่น จิ้งจกจะเปลี่ยนสีตามผนังที่เกาะ เป็นต้น
การพึ่งพาอาศัยกัน (Mutuality) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เช่น นกเอี้ยงกับควาย ดังนั้น ครูจึงต้องให้เด็กเห็นธรรมชาติของสิ่งนี้
ความสมดุล (Equilibrium) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะต้องต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต และปรับตัวเพื่อให้ได้สมดุล และมีการผสานกลมกลืนกันเช่น ปลาอยู่ในน้ำ นกบินได้ ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก สัตว์แข็งแรงย่อมกินสัตว์ที่อ่อนแอ สัตว์ที่อ่อนแอต้องมีอาวุธพิเศษบางอย่างไว้ป้องกันตัว เป็นต้น เด็กควรมีความเข้าใจธรรมชาติของสิ่งนี้ เพื่อให้ตนเองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติสามารถรักษาสมดุลไว้ได้

5.การสอนลูกเรื่องอากาศ(Teaching Children about weather)  การจัดกิจกรรมให้เด็ปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงส่วนผสมของก๊าซต่างๆและไอน้ำ รู้คุณสมบัติของอากาศว่าไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น ก๊าซที่มีอยู่มากและจำเป็นต่อสิ่งที่มีชีวิตคือก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราทุกหนทุกแห่ง อากาศมีอยู่ในบ้านและบริเวณ มีอยู่ในโรงเรียน บริเวณรอบโรงเรียน กลางป่า เขา ชายทะเล แม่น้ำ น้ำตก สวน และอื่นๆ

เทคนิควิธิการสอน
  • การประดิษฐ์สื่อของเล่นวิทยาศาสตร์
  • การเป็นนักแก้ปัญหา โดยการเชื่อมโยงความรู้หรือการประยุกต์สื่อเด็กประถมศึกษามาใช้กับเด็กปฐมวัย 
  • ทักษะการใช้คำถามปลายเปิด
  • การใช้คำที่กระตุ้นนักศึกษาเพื่อการร่วมมือกันในการเรียนการสอน
  • การเขียนแผนการสอน
  • การยกตัวอย่างการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็ก
  • การให้นักศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตัวเอง
  • ทักษะการใช้สื่อเทคโนโลยี
  • การสอนการนำเสนองาน 
  • การอภิปราย
  • การนำเนื้อหาทุกวิชามาบูรณาการกับวิชาวิทยาศาสตร์
การประเมินการเรียนการสอน
  • ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียนและสนุกกับการทำกิจกรรมประดิษฐ์สื่อ เพราะเราสามารถนำไปใช้ได้จริง และเนื้อหาบทความวิทยาศาสตร์ก็สามารถนำไปใช้ได้และทำให้เรามีความรู้ที่หลากหลายจากการที่เพื่อนมานำเสนอบทความ
  • ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนตั้งใจทำกิจกรรมและช่วยกันหาคำตอบได้ใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ 
  • ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายทั้งการป้อนข้อมูล การศึกษาความรู้ด้วยตัวเอง การเพิ่มเติมความรู้ เพื่อเป็นพื้นฐานเวลาออกฝึกสอน และในการเรียนมีทั้งเนื้อหาภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติทำให้การเรียนสนุกและตื่นเต้น

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

บทความวิทยาศาสตร์


สอนลูกเรื่องไฟฉาย (Teaching Children about Flashlight)

     การสอนลูกเรื่องไฟฉาย (Teaching children about flashlight) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้กับเด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องทำความสว่าง ทั้งนี้เพราะการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นเรื่องจำเป็นในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เจริญเติบโตเป็นเด็กที่มีคุณภาพ ในยุคปัจจุบันสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กปฐมวัยเกิดการเปลี่ยนแปลง ไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านเทคโนโลยี มีผลให้เกิดมีเครื่องใช้จำเป็นและอำนวยความสะดวกให้คนเรา ดั้งนั้น ไฟฉาย เป็นเครื่องใช้ที่ให้ความสว่างซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน ดังนั้นการนำเรื่องไฟฉายมาจัดกิจกรรมให้แก่เด็กปฐมวัย จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ตรงตามจุดมุ่งหมายในหลักสูตร
   
   การสอนลูกเรื่องไฟฉายสำคัญอย่างไร

ไฟฉายเป็นเครื่องใช้ที่มีแสงไฟสว่างก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้โดยทั่วไป เช่น คนเดินทางในที่มืดๆ หรือใช้ไฟฉายเพื่อการบันเทิง ( การเชิดหุ่นเงา การแสดงละคร ) แพทย์ใช้เครื่องมือส่องไฟตรวจสุขภาพของผู้ป่วย เป็นต้น ไฟฉายจึงเป็นสิ่งของต่างๆรอบตัวที่เด็กควรเรียนรู้ ดังปรากฏในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่ได้กำหนดสาระที่ควรเรียนรู้ เรื่อง สิ่งต่างๆรอบตัว โดยที่หลักสูตรมุ่งให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งสอดคล้องสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่ได้เสนอการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 โดยกำหนดสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานไว้ในสาระที่ 5 : พลังงาน มาตรฐาน ว 5.1 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต  การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อ สารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นปฐมวัย สำรวจการใช้พลังงานใกล้ตัวและบอกการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ตัวชี้วัด 1 สำรวจการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน และสื่อสารผลการสำรวจด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับวัย การที่เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เรื่องไฟฉายผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญนั้น มีจุดมุ่งหมายให้ครูผู้สอนได้นำไปจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความรู้ รวมถึงการพัฒนากระ บวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการแก้ปัญหา ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัด การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาในระดับต่อไป ดังนั้นการที่เด็กได้เรียนรู้เรื่องไฟฉายจึงมีความสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กพัฒนาเต็มตามศักยภาพในช่วงวัยที่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนเรียนในระดับประถมศึกษาต่อไป

การสอนเรื่องไฟฉายมีประโยขน์ต่อเด็กอย่างไร

  • เมื่อเด็กได้มีโอกาสสืบเสาะหาความรู้เรื่องไฟฉายได้แก่ แสงฉายมาจากไหน ทำไมต้องใช้ไฟฉาย เมื่อได้รับความรู้แล้ว เด็กจะได้ฝึกหัดอธิบายเรื่องที่ศึกษามา
  • เด็กได้ทดลองใช้ไฟฉาย ย่อมทำให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสเพื่อการเรียนรู้
  • เด็กได้ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีคือไฟฉายและวิธีการต่างๆจะทำให้เด็กเห็นคุณค่าของเทคโนโลยี
  • เด็กจะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการอธิบายสิ่งที่ค้นพบตามข้อมูลหลักฐานและองค์ความรู้อย่างมีเหตุผล
  • เด็กจะเป็นผู้มีความสามารถในการนำเสนอสิ่งที่เรียนรู้ได้อย่างชัดเจนเที่ยงตรง มีเหตุผลกับเพื่อนร่วมงาน และตอบคำถามได้
  • ทักษะการสังเกต
  • ทักษะการจำแนก
  • ทักษะการวัด
  • ทักษะการสือความหมาย
ครูจะสอนไฟฉายให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูปิดไฟในห้อง ส่องไฟฉายหลายๆกระบอก แล้วให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระตามจังหะ ให้เด็กเคื่อนไหวไปในลำแสงที่ไฟฉายส่อง
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กเรียนรู้เรื่องรูปร่าง ลักษณะของไฟฉายจากการได้สัมผัส ส่วนประกอบของไฟฉาย แต่ละส่วนมีหน้าที่อย่างไร เช่น
  1. กระจกหน้าไฟฉาย ทำมาจากวัสดุใสคือแก้วสีขาว ส่วนนี้ทำหน้าที่ป้องกันหลอดไฟ ทำหน้าที่ใหแสงสว่าง
  2. กระบอกไฟฉาย มีลักษระเป็นกระบอก ใช้จับเวลาใช้งาน ภายในจะมีช่วงกลวงสำหรับเก็บแบตเตอรี่
  3. ฝาปิดท้าย ใช้ป้องกันเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่หลุดออกมา 

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องไฟฉายอย่างไร

  • ทดลองใช้ไฟฉายเล่นกับลูก ถามลูกว่า "เกิดอะไรขึ้น"
  • เมื่อเกิดไฟดับที่บ้าน พ่อแม่เอาไฟฉายมาส่องแสงให้เกิดสว่าง พ่อแม่ร่วมสนทนาเอ่ยชื่อ ไฟฉาย ให้ลูกได้ยิน และให้ลูกถือไฟฉายส่องแสงบ้าง
  • ใช้ไฟฉายเล่นเงากับลูก
  • ทดลองการใช้ไฟฉายให้ลูกเห็น ตั้งแต่ ใส่แบตเตอรี่ กดสวิทซ์ และส่องไฟ
  • หากไปร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ชี้แนะให้ลูกเห็นไฟฉายที่ร้านวางจำหน่าย
  • ให้ลูกตัดภาพไฟฉายมาทำเป็นแฟ้ม ฝึกการเล่าเรื่องไฟฉาย
  • ช่วยกันเลือกหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องไฟฉาย
  • ให้ลูกมีส่วนร่วมสืบค้นข้อมูลเรื่องไฟฉายจากคอมพิวเตอร์

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • ไฟฉายเป็นแหล่งกำเนิดของแสงที่มนุษย์สร้างขึ้นชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับ หลอดไฟ และเทียนไข
  • เมื่อแสงจากไฟฉายกระทบกับวัตถุใดๆ แสงจะสะท้อนกับวัตถุมาเข้าตาเรา เราจึงเห็นวัตถุเหล่านั้น